เรื่องนี้คืออะไร?
Directive (EU) 2024/825 มีชื่อว่า Directive on empowering consumers for the green transition หรือ ECGT / Empowering Consumers Directive เป็นการปรับกติกาคุ้มครองผู้บริโภคของ EU เกี่ยวกับวิธีที่ธุรกิจสื่อสารข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนต่อผู้บริโภค กติกานี้มีผลใช้ตั้งแต่ 27 กันยายน 2026
หน้า Sustainable Consumption ของคณะกรรมาธิการยุโรประบุ Q&A ฉบับอัปเดตวันที่ 22 กันยายน 2026 คำว่า “EU environmental-claims rules” ในบทความนี้เป็นภาษาง่าย ๆ ไม่ใช่การเรียกกฎหมายนี้ว่า Green Claims Directive ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ทำไมภูเก็ตควรสนใจ?
กรอบนี้เกี่ยวกับการทำการตลาดแบบธุรกิจสู่ผู้บริโภค (B2C) และข้อความที่ผู้บริโภคใน EU เห็น โรงแรม บริษัททัวร์ ประสบการณ์ท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นในภูเก็ตที่ขายหรือทำการตลาดให้ผู้บริโภค EU จึงอาจต้องทบทวนข้อความบนเว็บไซต์ OTA โบรชัวร์ และโซเชียลมีเดีย โดยขอบเขตทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
คำไหนไม่ใช่แค่คำสวย ๆ อีกต่อไป
คำกว้างอย่าง green, eco-friendly, environmentally friendly, carbon neutral, climate neutral, nature positive รวมถึง sustainability labels ไม่ได้ถูกห้ามทั้งหมดโดยอัตโนมัติ แต่บริบท ความเจาะจง หลักฐานที่ตรวจสอบได้ และความเข้าใจโดยรวมของผู้บริโภคมีความสำคัญมากขึ้น
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
“Eco-friendly tour”
“มีน้ำดื่มแบบเติมให้ และโปรแกรมนี้ไม่แจกน้ำดื่มในขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว”
ใช้ได้ต่อเมื่อเป็นความจริง
“Carbon Neutral Tour”
“บอกว่าได้วัดและลดอะไร ใช้ขอบเขตไหน และยังเหลืออะไรอยู่ หากมีเพียงการสนับสนุนโครงการหรือ offset แยกต่างหาก ไม่ควรทำให้เข้าใจว่าตัวทริปเป็น carbon neutral”
“Nature Positive Trip”
“เงิน ___ บาท / ___% จากแต่ละการจอง สนับสนุน [ชื่อโครงการ] เพื่อ [กิจกรรมที่ระบุ] โดยดูบันทึกได้ที่ [แหล่งข้อมูล] ข้อความนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่พิสูจน์ผลลัพธ์สุทธิเชิงบวกต่อความหลากหลายทางชีวภาพ”
“Sustainable hotel”
“อธิบายการลงมือทำและหลักฐานอย่างเจาะจง และถ้ามี ให้ระบุชื่อการรับรองที่เป็นที่ยอมรับอย่างถูกต้อง แทนการใช้คำกว้างคำเดียว”
ตัวอย่างเหล่านี้เป็นตัวอย่างการสื่อสาร ไม่ใช่ถ้อยคำที่รับประกันความปลอดภัยทางกฎหมาย
Carbon offset ยังพูดได้ไหม?
ธุรกิจยังสื่อสารอย่างโปร่งใสได้ว่าได้ลงทุนหรือสนับสนุนโครงการสิ่งแวดล้อมหรือคาร์บอนอะไร แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่าง “การสนับสนุนโครงการภายนอก” กับ “ผลกระทบของสินค้าหรือบริการที่ซื้อ” ไม่ควรใช้ offset ภายนอกเพื่อบอกผู้บริโภคว่าทริป ห้องพัก หรือบริการที่ซื้อมีผลกระทบก๊าซเรือนกระจกเป็นกลาง ลดลง หรือเป็นบวกในตัวมันเอง
Sustainability label ต้องดูอะไร?
ดูว่า label จัดตั้งโดยหน่วยงานรัฐ หรืออยู่บนระบบรับรองที่เข้าเงื่อนไขและมีการตรวจสอบโดยบุคคลที่สามอย่างเป็นอิสระหรือไม่ ควรระบุชื่อระบบ ขอบเขต ผู้ตรวจ และสถานะจริงให้ชัด แทนการแสดงเครื่องหมายที่ทำให้คนเข้าใจว่าได้รับการรับรองมากกว่าความจริง
การเป็นสมาชิก PLC หรือการมีบันทึก Evidence ใน PLC ไม่ใช่ sustainability certification การจ่ายเงินไม่ซื้อการตรวจสอบ การจัดอันดับ การรับรอง หรือสถานะหลักฐาน
ก่อนโพสต์คำว่า Green / Eco / Carbon / Nature — ลองถาม 7 ข้อนี้
- 1เรากำลัง claim อะไรจริง ๆ?
- 2claim นี้พูดถึงสินค้า ทริป บริษัท หรืออนาคต?
- 3ขอบเขตคืออะไร?
- 4มีหลักฐานอะไร?
- 5ใครวัด และใช้วิธีไหน?
- 6ถ้ามี label ใครเป็นคนรับรอง?
- 7เมื่อเห็นภาพและคำทั้งหมด คนทั่วไปจะเข้าใจเกินจริงไหม?
สิ่งที่ไม่ต้อง panic
- ไม่ได้แปลว่าห้ามพูดเรื่อง sustainability
- ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้สีเขียวหรือรูปธรรมชาติ
- ไม่ได้แปลว่าห้ามสนับสนุนโครงการ carbon หรือ nature
ประเด็นสำคัญคือ อย่าทำให้ผู้บริโภคเข้าใจประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมเกินกว่าหลักฐานที่มี
PLC จะใช้หลักนี้อย่างไร
- กิจกรรม ไม่เท่ากับ output และไม่เท่ากับผลลัพธ์ที่วัดได้
- การมีส่วนร่วมไม่ใช่การรับรอง
- การซื้อประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่ได้ซื้ออันดับ การตรวจสอบหลักฐาน การรับรอง หรือพื้นที่ข่าวของ Phuket BiodiverCity
- NPX คือ Nature & Biodiversity Action Exchange ไม่ใช่ Nature Positive label
ตรวจสอบจากต้นทาง
แหล่งข้อมูลทางการ
- คณะกรรมาธิการยุโรป: Sustainable Consumption
- EUR-Lex: Directive (EU) 2024/825
- EUR-Lex: กฎหมาย UCPD ฉบับรวมที่ใช้ตั้งแต่ 27 ก.ย. 2026
เผยแพร่และปรับปรุงล่าสุด 24 กันยายน 2026 · หากต้องตัดสินใจทางกฎหมาย ควรตรวจแหล่งข้อมูลทางการและขอคำแนะนำที่เหมาะกับกรณีของคุณ